ปัญหาที่เกิดขึ้น

สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ในเดือนกุมภาพันธุ์ ข้อมูลจาก สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ (ลงวันที่ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555) พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 43.6 – 164.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงมีลต่อสุขภาพ!
สถานการณ์เป็นปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในภาคเหนือของประเทศไทย โดยมักจะเกิดในช่วงปลายฤดูหนาวสู่ฤดูแล้ง ประมาณช่วงเดือนมีนาคม ถึง เมษายนของทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง ต้องประสบกับปัญหาหมอกควัน และมลพิษในอากาศที่สูงมากกว่าปกติ เนื่องจากพื้นที่ชุมชนทางภาคเหนือส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ เป็นลักษณะแอ่งกระทะ ทำให้หมอกควันไม่สามารถกระจายตัวออกไปได้ โดยปกติหมอกควันและมลพิษทางอากาศจะลอยขึ้นไปในอากาศได้สูงประมาณ 3-5 กิโลเมตร แต่เมื่อมีภูเขาสูงกั้น และพื้นที่ชุมชน หรือเมืองมีลักษณะที่เป็นแอ่งกระทะ จึงทำให้หมอกควันและมลพิษสะสมในบรรยากาศเป็นปริมาณมากจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

สาเหตุหลักของการเกิดหมอกควันทางภาคเหนือนั้นมีปัญหามาจากเรื่องของการ “เผา” อาทิ การเผาในพื้นที่เกษตร การเผาวัชพืชริมทางและการเผาป่า ซึ่งก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละออง เถ้า เขม่าควัน ระบายออกสู่อากาศ

ที่จังหวัดลำปาง พบว่า บริเวณอำเภอเมือง วัดค่าได้ 89.83 ไมโครกัมลูกบาศก์เมตร
รองลงมา ที่สถานีตรวจวัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ บ้านบ้านท่าสี อำเภอแม่เมาะ อยูที่
86.96 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าคุณภาพกาศเริ่มดีขึ้นแล้ว

หมอกควัน

ผลกระทบจากหมอกควัน และการเผา
มากกว่าแค่สุขภาพ แต่ยังผลต่อระบบนิเวศ

ผลกระทบต่อสภาวะอากาศโลก ได้แก่

การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอุณหภูมิสูงขึ้น มีผลต่อสภาวะโลกร้อน

การเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก
– หมอกควันที่เกิดจากไฟป่า
ทำลายสุขภาพต่อระบบทางเดินหายใจ (มีผลกระทบโดยตรงต่อ ชาวบ้าน เด็กเล็ก
ผู้สูงอายุในชุมชน)
– สูญเสียสภาพความสวยงามของธรรมชาติ

ผลกระทบต่อน้ำ
ได้แก่
– สมดุลของน้ำเปลี่ยนแปลง เกิดอุทกภัย และภัยแล้ง
– คุณภาพน้ำเสีย
น้ำที่เต็มไปด้วยตะกอน ขี้เถ้า จะไหลลงสู่ลำห้วยลำธาร เกิดการทับถมในแม่น้ำ
ลำน้ำตื้นเขิน เมื่อฝนตกน้ำเอ่อล้น – เกิดอุทกภัย เกิดความเสียหายด้านเกษตร
(การเพาะปลูก)
– หน้าแล้ง ดินที่มีกรวดทราย ชั้นดินแน่นจากไฟป่า
ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ในฤดูฝนได้ จะเกิดสภาวะแห้งแล้ง ชุมชนขาดน้ำอุปโภค บริโภค
รวมทั้งเกิดผลกระทบต่อการทำเกษตร การทำไร่
การเลี้ยงสัตว์

ผลกระทบต่อดิน ธรรมชาติ ป่าไม้ ได้แก่

ทำลายป่าไม้ ธรรมชาติ ป่าไม้
– ทำให้ดินในป่าไม่สมบูรณ์ การอุ้มน้ำลดลง
ไม่เก็บน้ำและธาตุอาหาร
– ทำลายหน้าดิน สิ่งปกคลุมดิน เมื่อฝนตกดินถูกกัดเซาะ
พังทลาย พาความสมบูรณ์ของดินไป
– เกิดแผ่นดินถล่ม ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ
ในภาคเหนือตอนฝนตกหนัก (ชาวบ้านในชุมชนจะได้รับผลกระทบโดยตรง)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s