นิมิตใหม่ของผู้นำศาสนาในภาคใต้

นิมิตใหม่ของผู้นำศาสนาในภาคใต้

พระไพศาล วิสาโล

ถ้าคุณเป็นคนนราธิวาสซึ่งบังเอิญมีกิจธุระมากรุงเทพ ฯ คุณจะรู้สึกอย่างไรหากรถของคุณซึ่งติดป้ายทะเบียนนราธิวาส ไม่ว่าไปจอดที่ไหนก็ตาม ปรากฏว่าไม่มีรถคันใดกล้ามาจอดใกล้ ๆ เลยเพราะกลัวว่าจะเจอ “คาร์บอมบ์” จากรถของคุณ ยิ่งกว่านั้นวันดีคืนดีคุณยังพบว่ารถของคุณถูกมือดีเอาเหล็กมาขีดข่วนทั่วรถ ทั้ง ๆ ที่จอดในศูนย์การค้า ?

นี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในการสานเสวนา (dialogue)ระหว่างผู้นำศาสนาทั้งพุทธและมุสลิมที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ ร่วมกับศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่ใช่แค่ชาวมุสลิมเท่านั้นที่ประสบปัญหาดังกล่าว แม้แต่พระภิกษุที่นั่นก็มีประสบการณ์คล้าย ๆ กัน เห็นได้ชัดว่าหลังจากเกิดปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ติดต่อกันนานกว่าสองปี คนที่นั่นได้กลายเป็น “จำเลย” ของคนไทยในส่วนอื่นของประเทศไปแล้ว โดยที่แม้แต่ชาวพุทธที่นั่นก็ยังพลอยติดร่างแหไปด้วย

แต่จะว่าไปแล้วปัญหาดังกล่าวยังนับว่าเล็กน้อยมาก ในการเสวนาดังกล่าว ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ได้พูดถึงชะตากรรมของผู้นำศาสนามุสลิมหลายคนที่ถูกฆ่า ถูกจับกุม และถูกตรวจค้นบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า มิพักต้องพูดถึงชาวบ้านทั่ว ๆ ไป ที่เดือดร้อนกันมาก ขณะที่รองเจ้าคณะจังหวัดปัตตานีกล่าวถึงการสังหารพระเณรและการระเบิดวัด รวมถึงการอพยพออกจากพื้นที่ของชาวพุทธจำนวนมากเพื่อหนีตาย

ไม่ว่าเป็นพุทธหรือมุสลิม อย่างหนึ่งที่เหมือนกันก็คือต่างตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน การเสวนาครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ผู้นำระดับสูงของชาวพุทธและมุสลิมในพื้นที่ได้มาพบปะและเปิดใจกัน ในขณะที่ผู้นำมุสลิมถ่ายทอดความรู้สึกของชาวบ้านเชื้อสายมลายูว่ากลัวทหารและตำรวจ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพุทธ) ผู้นำพุทธก็ยอมรับว่าชาวบ้านที่อยู่รอบวัดก็กลัวโจร (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมมลายู)

เห็นได้ชัดว่าว่าชาวพุทธและมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีแนวโน้มที่จะมองกันด้วยสายตาที่หวาดระแวงซึ่งกันและกันมากขึ้นทุกที โดยเหมารวมว่าคนต่างศาสนามีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจเหมือนกันหมด ไม่ต่างจากที่ผู้คนในส่วนอื่น ๆ ของประเทศมองประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าน่ากลัวทั้งนั้น การมองแบบเหมารวมเช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เพราะนั่นหมายความว่าสายสัมพันธ์ระหว่างคนในชาติกำลังจะขาดสะบั้น ซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงที่ยากจะควบคุมได้

การเกิดความรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิตผู้คนนับพันคนในช่วงเวลาเพียงสองปีในดินแดนที่มีศาสนาหยั่งรากลึกนั้น มองในแง่หนึ่งย่อมถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวของของศาสนาเลยทีเดียว เพราะทุกศาสนาล้วนปฏิเสธความรุนแรง และส่งเสริมเมตตาธรรม ลำพังการที่ศาสนาไม่สามารถป้องกันความรุนแรงได้ ก็เป็นเรื่องน่าวิตกอยู่แล้ว เพราะนั่นหมายถึงการขาดพลังในทางสันติธรรม ยิ่งหากศาสนาเข้าไปมีส่วนในการกระตุ้นปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรงด้วยแล้ว ก็ยิ่งเท่ากับเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเสื่อมถอยหรือความล้มละลายในทางศีลธรรมของศาสนาเลยทีเดียว

การขยายตัวของความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ศาสนาไม่ว่าพุทธหรือมุสลิมล้วนมีส่วนรับผิดชอบอย่างยากจะปฏิเสธได้ เพราะนอกจากจะไม่สามารถระงับหรือบรรเทาความรุนแรงได้แล้ว บางครั้งยังปล่อยให้มีการใช้ความรุนแรงในนามศาสนา หรือปล่อยให้มีการใช้ศาสนาเป็นเงื่อนไขในการใช้ความรุนแรง แม้ว่าผู้ที่ใช้ความรุนแรงเหล่านั้นจะเป็นคนส่วนน้อยนิดก็ตาม

จริงอยู่ผู้นำศาสนาและศาสนิกส่วนใหญ่ อาจไม่เชื่อและไม่สนับสนุนความรุนแรง แต่การอยู่นิ่งเฉยก็เท่ากับเปิดโอกาสให้คนกลุ่มน้อยนิดซึ่งนิยมความรุนแรงสามารถเข้ามายึดครองหรือ แย่งชิงศาสนาไปใช้ประโยชน์ตามใจชอบ และนี่คือปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลก และเป็นเงื่อนไขแห่งความรุนแรงในหลายมุมโลกทุกวันนี้

ดังนั้นจึงเป็นนิมิตดีอย่างยิ่งที่ผู้นำศาสนาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้หันหน้าเข้ากันเพื่อร่วมกันคัดค้านความรุนแรงและปฏิเสธที่จะนำศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้องกับความรุนแรง ประเด็นหนึ่งซึ่งมีความสำคัญมากก็คือการที่ผู้นำศาสนาทั้งพุทธและอิสลามประกาศอย่างชัดเจนว่า “มิได้มีความขัดแย้งระหว่างศาสนา อาจมีก็แต่เพียงการใช้ศาสนาในทางมิชอบ” นอกจากนั้นยังมีการประกาศเจตจำนง ๗ ประการ การประกาศเจตจำนงครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าแรก ๆ ของการร่วมมือระหว่างศาสนาเพื่อยุติความรุนแรงในภาคใต้ ดังนั้นจึงขอนำเจตจำนงทั้ง ๗ ประการนี้ตีพิมพ์ในที่นี้

๑.ศาสนิกพึงยึดมั่นแนวทางอันบริสุทธิ์ของศาสนาและวัฒนธรรมของตนอย่างเคร่งครัด และปฏิเสธการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา

๒.การแก้ไขปัญหาต้องเคารพกฎหมาย ตลอดจนสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน ยึดหลักความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ ยึดหลักเมตตาธรรมและศาสนธรรม

๓.ชาวพุทธและมุสลิม มีหน้าที่ร่วมกันในการปกป้องสถาบันศาสนาและศาสนสถาน ตลอดจนปกป้องพระสงฆ์ โต๊อิหม่าม โต๊ะครู ฯลฯ จากเหตุร้าย หรือการประทุษร้ายใด ๆ หากเกิดเหตุร้ายดังกล่าวจะต้องร่วมกันประณามเหตุการณ์นั้น แต่ต้องปฏิเสธอย่างแข็งขันมิให้มีการขยายผลจากเหตุสะเทือนใจดังกล่าวไปก่อความรุนแรงต่อเนื่องไป

๔.ผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นทั้งพุทธและมุสลิม ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องความสมานฉันท์ พร้อมทั้งชักชวนให้ศาสนิกของตนอยู่ในกรอบคำสอนของศาสนา ยึดมั่นในภราดรภพของมนุษยชาติและคุณค่าของชีวิต

๕.ผู้นำศาสนาและผู้นำท้องถิ่นทั้งพุทธและมุสลิม พึงร่วมมือกันส่งเสริมหลักเศรษฐกิจพอเพียง และหลักคุณธรรมในการดำเนินชีวิตเพื่อให้สังคมไทยโดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ปลอดจากภัยคุกคามต่อศาสนาและอบายมุขต่าง ๆ

๖.ผู้นำศาสนาจะร่วมกันในการสร้างความสมานฉันท์ในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะจะร่วมมือกันอบรมกล่อมเกลาเยาวชนของเราในเรื่องความเป็นเลิศทั้งทางโลกและทางธรรม ความกตัญญู ตลอดจนการละเว้นอบายมุข และสิ่งเสพติดทั้งหลาย

๗.ในการแก้ไขปัญหาขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในพระราชดำรัส “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

เจตจำนงดังกล่าวมองในแง่หนึ่งคือการพยายามนำศาสนาเข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของศาสนิกตามหลักศาสนธรรมอีกครั้งหนึ่ง แทนที่จะให้ตกอยู่ในมือของผู้นิยมความรุนแรงดังที่ผ่านมา นอกจากนั้น ขอให้สังเกตว่าคำประกาศดังกล่าวมิได้เน้นหนักที่การเรียกร้องจากรัฐบาลดังที่มักปรากฏ แต่เป็นการเรียกร้องจากศาสนิกด้วยกันเอง ขณะเดียวกันก็ประกาศและตอกย้ำพันธกิจของผู้นำศาสนาว่าจะทำอะไรร่วมกันบ้างเพื่อบรรเทาความรุนแรง โดยโยงไปถึงการสร้างเงื่อนไขทางสังคมที่เอื้อต่อสันติธรรม เช่น การส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง การทำให้สังคมปลอดจากอบายมุข

การประกาศเจตจำนงร่วมกันครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญของผู้นำศาสนาพุทธและอิสลามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังว่าสังคมไทยจะได้เห็นก้าวอื่น ๆ ติดตามมา โดยเฉพาะการทำเจตจำนงทั้ง ๗ ประการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นี้เท่านั้นที่จะช่วยให้ศาสนาได้กลายเป็นความหวังอีกครั้งสำหรับผู้ใฝ่สันติธรรม มิใช่แต่ในสามจังหวัดภาคใต้เท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยทั้งประเทศด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s